วันพฤหัสบดีที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2554

ติดตามงาน ..

เมื่ือวานนี้พี่อำนวยกับตั้ม ออกติดตามการใช้งานของ รพ.สต.ต่างๆ ในเขตอำเภอด่านซ้าย เพื่อตรวจสอบและเชื่อมระบบการสื่อสารผ่านโปรแกรม teamtalk ซึ่งปัจจุบันมี รพ.สต.ที่สามารถเชื่อมระบบเข้ามาได้แล้ว คือ โคกงาม,หนองลุมลัว,วังบอน,ตูบค้อ,น้ำเย็น,กกจำปา,หนองผือ,นาดี,ปากหมัน จากการทดสอบสัญญานเสียงสามารถรับฟังได้ชัดเจน และตั้มได้ตั้งระบบให้เป็น auto เมื่อเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ และอินเตอร์ใช้งานได้ปกติ ก็สามารถเข้าสู่ห้องสนทนาของ Teamtalk อัตโนมัติ

เรื่องรายงานประจำเดือน ยังมีประเด็นที่ต้องคุยกันอีกพอสมควร เนื่องจากฟอร์มรายงานส่วนใหญ่ที่ส่งให้ สสอ. และ ที่ สสอ.รวบรวมส่ง สสจ.นั้น เป็นไฟล์ Excel ซึ่งแน่นอนว่าถึงแม้ HOSxP PCU จะออกรายงานได้ แต่ก็ยัีงไม่ตรงกับฟอร์มที่มีใน excel อยู่ดี จำเป็นที่จะต้องเอาตัวเลขไปบันทึกใส่ในฟอร์ม ซึ่งก็ยังเป็นการทำงานซ้ำซ้อน และต้องส่งไฟล์จาก รพ.สต.ไปให้ สสอ. ทางฝั่ง สสอ.ทำหน้าที่ในการรวบรวมข้อมูลในไฟล์ excel เพื่อส่ง สสจ. ซึ่งถ้าหากจะลดการทำรายงานจริงๆ ต้องใช้ตัว Datacenter ที่สามารถคลิกเลือกทำรายงานได้ทั้งในระดับหน่วยบริการ ระดับ อำเภอ ระดับจังหวัด จากข้อมูล 18 แฟ้มที่ส่งเข้าไป โดยที่ไม่ต้องให้ส่งรายงานเป็นรายหน่วยบริการอีก

แต่ประเด็นนี้ก็ยังเป็นเรื่องใหญ่ครับ ดังนั้นก่อนจะคิดทำอะไรใหม่ผมคิดว่าเราน่าจะทบทวนพิจารณาดูสิว่ามีอะไรดีๆอยู่ในมือแล้วบ้าง มีอะไรอีกบ้างที่เรายังไม่รู้ในภาพรวมของทั้งจังหวัดนอกจากจะคิดถึงแต่ Datacenter ที่ต้องลงทุนในเรื่องงบประมาณอีกจำนวนมาก ผมจึงขอให้โตช่วยส่งรายละเอียดของ Provis ซึ่งเป็นระบบสารสนเทศของจังหวัดมาให้ดูก่อนว่ามีอะไรทีีน่าจะนำมาใช้ประโยชน์ได้บ้าง



ซึ่งจากการทดสอบลองคลิกดูเมนูต่างๆ ดูเหมือนว่าจะทำงานได้ในค่อนข้างดี แต่ผลรายงานที่ออกมาไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะข้อมูลไม่ครบหรือตัวรายงานเพราะดูข้อมูลตัวเลขจากรายงานแล้วไม่น่าจะถูกต้อง



ในภาพรวมๆถ้าลองศึกษาและเข้าไปจัดการข้อมูลนำเข้าในโปรแกรม Provis ผมคิดว่าน่าจะได้ประโยชน์จากโปรแกรมนี้พอสมควร ซึ่งปัญหาที่ไม่สามารถนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ได้ เกิดจากสาเหตุข้อมูลนำเข้าที่ยังไม่สามารถจัดการไ้ด้หรือเปล่า ผมลองทดสอบดูรายงานข้อมูลประชากรในปีงบประมาณ 2553 ดูจากตัวเลขที่ประมวลผลมีข้อมูลประชากรที่ดูน้อยผิดปกติซึ่งผมคิดว่าคงนำเข้ามาไม่ครบ ซึ่งผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าปัญหาจริงๆในระดับจังหวัดมันอยู่ตรงไหน



NOTE : สอ.หินตั้ง ที่เชียงคาน โทรมาปรึกษาเรื่อง ไม่สามารถเชื่อมฐานข้อมูลกับ server ได้ ซึ่งเป็นมาตั้งแต่อบรมเมื่ือสัปดาห์ที่แล้ว แต่ไม่มีการแก้ไข ผมจึงถามว่าแล้วลงข้อมูลยังไง เจ้าหน้าที่ตอบว่าลงใส่ notebook ผมจึงให้ยกเครื่อง server มาที่ รพ.เชียงคานซึ่งคงต้องให้ทางต๊อดช่วยแก้ปัญหาให้ เพราะทาง สสอ.ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ที่คอยช่วยดูแลแก้ไขปัญหา..

วันอังคารที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2554

วันต่อวัน ...




.เช้าวันใหม่ ตื่นนอนคล้ายๆ กัน เดินทางดั่งทุกวันเพื่ออกฝ่าฟัน ปัญหาความเป็นอยู่ หวังแค่เพียง ผ่านวันได้พ้นวัน มีชีวิตถึงวันรุ่งเช้าตื่นนอน เหมือนกันอย่างวานซืน ชีวิตหนึ่ง พ้นวันคืนหนึ่ง ก็ดีใจ คิดปีนป่าย ตามฝัน สุดทางได้แค่นี้ ได้แค่นี้ เท่านี้ก็เพียงพอ ได้ฝันไปวันๆ หนึ่งคืนถึงอีกวัน...

ฟังเพลงแล้วนึกถึงเมื่อครั้งที่ขึ้นระบบใช้งาน HOSxP ที่โรงพยาบาลเมื่อปี 2548 ขึ้นมาทันทีเลยครับ

ชีวิตช่วงนั้นไม่ได้มีอะไรมากไปกว่า ตื่นนอน ทำงาน กลับบ้าน เข้านอน ตื่นนอน ทำงาน กลับบ้าน บางวันแก้ปัญหาไม่ตกนั่งเฉยๆอยู่ที่หน้าจอคอมจนค่ำ เสาร์-อาทิตย์กลับมาทำต่อ เพราะปัญหาเทคนิค ปัญหาเชิงระบบบางอย่างมันแก้ไม่ได้ง่ายๆ ภายในวันสองวัน

หลังจากอบรมขึ้นระบบให้กับหน่วยงานต่างๆ ผมคิดว่าเขาคงจะใช้ตามที่ได้รับการอบรมไป ซึ่งในความเป็นจริงมันไม่ได้เป็นอย่างที่คิดเลย หลายๆหน่วยงานยังงงๆ อ๋อๆ กับการอบรม บางคนก็ไม่ได้รับรู้อะไร กลับมาก็ยังทำงานเหมือนเดิม ไม่ลง ไม่คีย์ เคยทำงานอย่างไรก็ทำอย่างนั้น ขนาดโรงพยาบาลชุมชนเล็กๆ ยังต้องติดตามดูแล ประคับประคองทีมงานกันอย่างใกล้ชิด โทรศัพท์เปิดไว้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรอรับปัญหาที่จะมีคนแจ้งเข้ามา

กว่า 2 เดือนครับที่กิจวัตรต้องวนเวียนอยู่เช่นนั้น ที่ปรึกษาก็ไม่มี อาศัยเรียนรู้เอาจากเวปบอร์ดและทดลองทำ ทำผิด ทำถูก บางปัญหาเป็นเรื่องใหญ่ที่ก้าวก่ายไปถึงการจัดการเรื่องคน ต้องปรับต้องเปลี่ยนวิธีการทำงาน แน่นอนครับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายๆถ้าคิดจะไปเปลี่ยนแปลงในเรื่องใหญ่ๆแบบนี้ ซึ่งต้องใช้กำลังภายในระดับผู้อำนวยการหรือคณะกรรมการบริหารเข้ามาช่วยทำ

การใช้ HOSxP ของ รพ.สต.ทั้งจังหวัดก็คงคล้ายกันครับ เป็นการบริหารจัดการที่ใหญ่กว่าระดับ รพ.มาก เราเริ่มต้นอบรมตรงไปที่ผู้ปฏิบัติในขณะที่ผู้บริหารชี้แจงแนวทางผ่านการประชุมประจำเดือน เท่าที่จำได้ผมยังไม่เคยได้อธิบาย HOSxP ให้กับกลุ่มสาธารณสุขอำเภอได้ฟังอย่างเป็นทางการ ยกเว้นพี่สมศักดิ์ที่มีความรู้ และความเชี่ยวชาญทางคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว ..อาจจะมองว่าผู้บริหารไม่จำเป็นต้องรู้อะไรมาก แต่เชื่อเถอะครับว่าถ้าทำงานระดับอำเภอมันไม่ได้ใหญ่มากเกินไปอยู่ในวิสัยที่ผู้บริหารควรรู้ลึก และรู้จริง

จึงไม่น่าแปลกใจนะครับว่าหลายๆ อำเภอจึงเป็นการสนับสนุนในลักษณะที่ว่าเห็นชอบ และก็ให้ระดับผู้ปฏิบัติของ รพ.สต.ดำเนินการกันไป เป็นเรื่องทางเทคนิคที่ผู้บริหารคิดว่าคงไม่ต้องลงในรายละเอียด ทำได้ ไม่ได้ ก็ให้โทรปรึกษาทางทีมจังหวัด อยากได้คอมพิวเตอร์ก็จัดซื้อ ..ฯลฯ

สถาพปัญหาปกติที่เกิดขึ้นหลังจากอบรมการใช้ HOSxP PCU ไปแล้ว คือ ความเงียบ..ในหลายๆ พื้นที่ บางอำเภอมีการเร่งรัด ติดตามการใช้งาน สาธารณสุขอำเภอบางท่านโทรศัพท์เข้ามาติดตามสอบถาม และประสานงานให้ผมโดยตรงให้ไปช่วยอบรมเพิ่มเติม ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องมาช่วยกันคิดว่าทำไมไม่ประสานกับทีมจังหวัด ปัญหาอยู่ที่ตรงไหน ศักยภาพของทีมพอหรือไม่ ขาดการทำงานเชิงรุกหรือเปล่า หรือติดกรอบอยู่เฉพาะการทำงานในเวลาราชการเท่านั้น ที่ทำให้ไม่สามารถสร้างความมั่นใจและให้การสนับสนุนกับทีมระดับอำเภอได้เต็มที่ บางอำเภอมีเพียงบาง รพ.สต.เท่าที่ที่โทรเข้ามาสอบถาม บางแห่งใช้งานแบบเดิมๆ ไม่ได้ปรับปรุงตารางอะไรเพิ่มเติมเลยหลังจากกลับมาจากการอบรม บางอำเภอยังไม่ยอมลงทุนเรื่อง Hardware และบางอำเภอก็ยังไม่ยอมใช้..ด้วยเหตุผลว่ากลัวทำรายงานไม่ได้ ฯลฯ

สภาพปัญหาแบบนี้ควรจะแก้ไขกันอย่างไรดีล่ะครับ.. จะบอกให้ท่านสาธารณสุขอำเภอแต่ละแห่งช่วยติดตาม ท่านก็คงบอกว่าได้ติดตาม สั่งการให้ทำ สนับสนุนให้ใช้แล้ว แต่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่สะท้อนกลับมาว่าใช้แล้วมีปัญหาเยอะ และไม่ได้รับแก้ปัญหา หรือแก้ปัญหาล่าช้า ฯลฯ ซึ่งกว่าปัญหาทั้งหมดจะมาคุยกันได้ก็มักจะมาจบกันด้วยคารมโวหารในห้องประชุมประจำเดือนของจังหวัด และเดินออกจากห้องประชุมด้วยความผิดหวัง..กันทุกฝ่าย

ถ้าผู้บริหารไม่รู้ในรายละเอียดบ้าง..จะไปสั่งการถูกได้อย่า่งไรกัน ผมยังมองว่าจำเป็นครับที่สาธารณสุขอำเภอทุกท่านควรมีความรู้พื้นฐานในเรื่องการจัดการ การใช้งาน HOSxP PCU ไม่ใช่จะดูแลในเชิงบริหารอย่างเดียว..

จุดอ่อนของเรา คือ การใช้เวลาในการเตรียมคนในการดูแลระดับอำเภอน้อยครับ..ดังนั้นต้องรีบปิดจุดอ่อนตรงนี้ด้วยการติดตามสอบถาม หรือลงไปดูสถาพปัญหาในพื้นที่อย่างต่อเนื่องหลังจากการอบรม ถ้าปล่อยให้ปัญหาคาราคาซัง สุดท้ายก็จะกลายเป็นสิ่งที่น่า เื่บื่อหน่าย ไม่ประทับใจกับการใช้งาน สุดท้ายถึงขั้นปิดใจ..ไม่ยอมรับการเรียนรู้อะไรอีกเลย

เหล็กถ้าได้เผาไฟกำลังร้อนๆ ถ้าไม่ตีตอนนี้ก็คงไม่เป็นรูปเป็นร่างอย่างที่เราตั้งใจ..

กำลังใจคงช่วยให้เรากล้าที่จะจับเหล็กร้อนๆ..
แต่จะเป็นรูปร่างได้ต้องทุ่มเท แรงกาย แรงใจ และต้องลงมือตีแรงๆครับ
จะเหนื่อยจะหนักแค่ไหน..อย่างมากก็แค่ทำ "วันต่อวัน" เท่านั้นเอง

NOTE ประจำวัน

-รพ.สต.เขตเมือง โทรศัพท์ฺเข้ามาปรึกษาปัญหาเรื่องส่งรายงาน 506 ไปแล้วไม่ผ่าน ผมทดลองใช้รีโมทเข้าไปดูให้สามารถใช้งานได้ดี แต่ไม่ทราบข้อมูลว่า รพ.เลย ซึ่งเป็นหน่วยรวบรวมข้อมูลงานระบาดวิทยาใช้โปรแกรมอะไร epidem หรือ R506 ? ต้องลองทดสอบเรื่องนี้อีกครั้ง

-รพ.ปากชม แจ้งเรื่องการจัดซื้อ Hardware ว่ายังติดปัญหากับทางบริหารเรื่ืองสเปคคอมพิวเตอร์

วันจันทร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2554

ปักหมุด..HOSxP PCU


ดู ็HOSxP PCU ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

ก้าวไปข้างหน้า หรือว่า สั่งการ

นานมาแล้ว เมื่อเราเริ่มใช้ HCIS ก็เกิดความไม่เข้าใจ เกิดการต่อต้าน และทำอย่างเสียไปที งานพัฒนายุทธศาสตร์สาธารณสุข โดยงานข้อมูล ได้วิเคราะห์ว่าการผลักให้ระบบเดินไปได้ต้องอาศัยบุคลากรที่มี"ใจ" เดียวกันมาร่วมกันผลักดัน ซึ่งในกลุ่มคนเหล่านั้นไม่เพียงเฉพาะผู้ที่เก่งคอมพิวเตอร์เท่านั้น มีบุคคลที่มีความรู้หลากหลาย ทั้งผู้ที่เป็นผู้ผลิตข้อมูลและผู้ใช้ข้อมูล มา่ร่วมกันทำงานเป็น "ทีม" ซึ่งเราเรียกบุคคลเหล่านั้นว่า HCIS Programer Team

มาถึงปีงบประมาณ 2554 ซึ่งจังหวัดเลยได้เปลี่ยนมาใช้โปรแกรมที่ชื่อว่า HosXP ในส่วนของ รพ. และ HosXP PCU ในส่วนของ รพ.สต. หลายคนมองว่า จังหวัด (สสจ.) "สั่งการ" แต่แท้ที่จริงแล้ว เนื่องจาก HCIS กระทรวงสาธารณสุขหยุดพัฒนามาแล้ว 3 ปี ทีมโปรแกรมเมอร์จ.เลย ได่ทำการปรับปรุงโปรแกรมเดิมให้สามารถส่งออกข้อมูลได้ตรงตามโครงสร้างที่กระทรวงสาธารณสุขและ สปสช.ต้องการ ซึ่งในปีที่ผ่าน ๆ มา มีการปรับโครงสร้าง (อาจจะเล็ก ๆ น้อย ๆ) ถึงปีละ 3 ครั้ง ในปีนี้กระทรวงสาธารณสุข และ สปสช. ได้ปรับโครงสร้างอีกครั้ง ปรับใหญ่เสียด้วย ดังนั้นทีมได้วิเคราะห์ข้อดี ข้อเสีย ของโปรแกรมต่าง ๆ ร่วมกันมากมาย รวมทั้งการวิเคราะห์ในเชิงการบริหารจัดการด้วย หลายคนเห็นด้วย หลายคนไม่เห็นด้วย แต่ในฐานะจังหวัด ซึ่งต้องดูแลทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ต้องคิดถึงใจผู้บริหารทั้งระดับจังหวัด และกระทรวง รวมทั้งต้องเกิดความขัดแย้งน้อยที่สุด การตัดสินใจว่าจะใช้โปรแกรมอะไรยืดเยื้ออยู่เกือบ 2 ปี จนหลาย ๆ คน หลาย ๆ ท่าน บอกว่าทำไมเราไม่ "ฟันธง" เสียที แต่เมื่อเราฟันธงให้ใช้และกำหนดทิศทางที่ควรจะเป็นแล้ว หลาย ๆ คน กับคิดว่าเป็นการ "สั่งการ" ช่างน่าน้อยใจอะไรเช่นนี้

และการจัดทำข้อมูลในปัจจุบัน ผูกพันกับเรื่อง "เงิน" เสียด้วย ทั้ง เงินบันทึกข้อมูลผู้ป่วยนอกรายบุคคล เงินการทำงานส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค เงิน Ontop และอีกมากมาย ทั้งนี้ในทัศนะของหลาย ๆ คน กลัึบมองว่า จัึงหวัดทำงาน "ช้า" ถึง "ช้ามาก" จึงอยากบอกว่า การที่ สสจ. จะขยับตัวอะไรนั้น มันกระทบกับคนทั้งจังหวัด จึงอยากขอความเห็นใจจากทุก ๆ คน ทั้งผู้ผลิตข้อมูล และผู้ใช้ข้อมูลด้วยค่ะ

สิ่งที่เรา (งาน ICT) กำลังดำเนินการอยู่ตอนนี้ก็คือ
1. ปลุก "ทีม" ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ซึ่งปลายเดือนกุมภาถึงต้นเดือนมีนา เราจะไปเขียนคู่มือ ทำ VDO ช่วยสอน และแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันภายในทีม
2. ทีม ผู้ดูแลระบบ ผู้ผลิตข้อมูล ต้องทำงานร่วมกันอย่างมีความสุข ไม่ใช่คิดว่า "ถูกบังคับ"
3. จัึงหวัดเร่ิงผลิตระบบรายงาน ให้ผู้ใช้ "สะดวก" ผู้ผลิต "ไม่เิิพิ่มภาระ" ตอนนี้เรากำลังรวบรวมแบบรายงาน และจะทำกรอบการทำงานให้ชัุดเจน
4. นโยบายผู้บริหารที่ทีมจังหวัดรับมาต้องไม่บกพร่อง

ขอกำลังใจ "ด่วน"

วันเสาร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2554

Delphi : มือใหม่



ตอนที่อาร์มบอกกับผมว่าจะจัดอบรม Delphi พื้นฐานให้กับเพื่อนๆในเครือข่าย เป็นเรื่องที่เราคิดเห็นตรงกันว่าขณะนี้จังหวัดเลยปูพรมการใช้งาน HOSxP PCU ทั้งจังหวัด ซึ่งวิธีการแบบสั่งการต้องทำ ต้องใช้แบบนี้มักจะขาดความยั่งยืนในระยะยาว ถ้าปักหลักมั่นคงก็ดีไป แต่ถ้าการสนับสนุนไม่ดี แรงต้านในใจซึ่งเกิดจากการถูกบังคับให้ใช้ จำใจให้ต้องทำ จะเกิดเป็นความรู้สึกไม่ประทับใจกับการเปลี่ยนมาใช้ HOSxP PCU จังหวัดเลยมีคนที่รู้เกี่ยวกับโปรแกรมนี้ค่อนข้างน้อยครับ ในขณะที่การเตรียมคนสนับสนุนยังทำได้ไม่ดี แต่หลายที่ก็ถูกเปลี่ยนไปใช้ HOSxP กันเสียส่วนใหญ่แล้ว จะเดินหน้าก็ลำบาก จะถอยหลังก็ยิ่งไม่ได้..ระบบรายงานก็ยิ่งไปกันใหญ่ที่หลายฝ่ายในหน่วยงานจะทวงถามไปยัง สสอ.,รพ.สต, แล้วก็สะท้อนหนักๆ กลับมาที่ศูนย์ ICT




การวางแผนพัฒนาคนในเรื่องเกี่ยวกับ Dephi และ การเขียน Report คงต้องเลื่อนมาเร็วกว่ากำหนด การพัฒนากำลังคนด้านนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะสร้างกันได้ง่ายๆ ภายในวันสองวัน..หลังจากจบภาคทฤษฎีก็คงต้องมีให้กลับไปปฏิบัติ และอาศัยการฝึกฝนสม่ำเสมอ แต่บทบาทหน้าที่ของหลายๆ คนที่มาฝึกอบรม ต้องยอมรับว่าไม่ใช่มีงานหน้าเดียว ซึ่งอาจจะทำให้การเรียนรู้ทำได้ไม่ต่อเนื่อง
แต่ถ้าไม่เริ่มก้าวก็คงไม่ไปถึงไหน..ก้าวแรกเมื่อได้ออกเดินแล้ว เราก็คงต้องพยายามให้มีก้าวที่สอง ก้าวที่สามตามมา
หน่วยงานที่ส่งคนมาร่วมอบรมครั้งนี้ มีทั้งในและนอกจังหวัด ใกล้สุดคงเป็น เจษฯ จาก รพ.นาแห้ว และไกลที่สุด คือ นรินทร์ จาก รพ.ป่าบอน จังหวัดพัทลุง.. นอกจากนี้ยังมีเพื่อนร่วมเครือข่ายใหม่อย่างโรงพยาบาลพรเจริญ โต้งและ อี้ นักคอมฝีมือดี จังหวัดหนองคาย ,พี่เข้,โต,ต๋อง และแบงค์ จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเลย, และดับเบิ้ลเอ๋ ..จากโรงพยาบาลเลย

ทีมงานเก่าๆที่ผูกพันธ์กันมานานอย่าง อิ๊ด รพ.เอราวัณ ,ปุ๊ รพ.หนองวัวซอ อุดรธานี ตั้มและตุ๋ม จาก รพร.สว่างแดนดิน ไม่ยอมพลาดงานนี้ และแม้กระทั่งคนใกล้แต่เหมือนไกลอย่าง เบียร์ รพ.ภูเรือ ก็มาร่วมด้วยช่วยกัน.. ซึ้งล้วนเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ ทีี่พยายามเรียนรู้ พัฒนาตนเองตลอดเวลา..

นอกจากเนื้อหาการอบรม Dephi ซึ่งเป็นเรื่องหลักที่จัดอบรมในครั้งนี้ ผมยังได้เพิ่มความรู้เล็กน้อยๆ และมุมมองการใช้ชีวิตของนักคอมพิวเตอร์ีที่แตกต่างกันออกไป และการเรียนรู้ รับรู้กิจกรรมใหม่ๆ นอกจากการนั่งอยู่หน้าคอมเพียงอย่างเดียว สิ่งที่ได้เพิ่มเติมให้ในการอบรมครั้งนี้มีการนำเสนอความรู้เรื่อง ipad เทคโนโลยีที่กำลังฮอตฮิตช่วงนี้ และสอนการเล่นเปียโน..1 to 5 ด้วยแนวคิดที่ว่า ไม่มีใครในโลกนี้ที่เล่นเปียโนไม่ได้ และการขี่จักรยานชมเมืองด่านซ้าย เพื่อให้ลองใช้ชีวิตแบบที่ช้าๆดูบ้าง











การมีชีวิตที่ต้องนั่งอยู่โต๊ะทำงาน คอมพิวเตอร์ คือ เพื่อนรู้ใจที่ใครๆมักจะมองว่าชีวิตนักคอมพิวเตอร์ ส่วนใหญ่ก็มีอยู่แค่นั้น จริงๆแล้วยังมีความสุนทรีย์ในชีวิตอีกมากมายที่นักคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ๆควรได้รับการพัฒนา การยกระดับคุณภาพชีวิตและจิตวิญญาน ลบภาพลักษณ์เดิมๆ ที่คนส่วนใหญ่มักคุ้นเคยคือห้องทำงานที่รกๆ เต็มไปด้วยวัสดุอุปกรณ์กองคอมพิวเตอร์ หลังเลิกงาน คือ การชุมนุมสังสรรค์นั่งเมาท์และเมาอยู่ในวงเหล้าเคล้าควันบุหรี่..

ผมว่า..สมองและฝีมือของทุกคนมีดี เกินกว่าที่จะให้สิ่งไม่ดีเหล่านี้ทำลาย..

วันศุกร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2554

ทดสอบ WI-NET รพ.สต.ท่าศาลา

พี่อำนวย หรือพี่นวยของน้องๆ กับ ตั้ม ช่างเทคนิคของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชด่านซ้าย คู่หูดูโอ้ เดินทางไปที่ รพ.สต.ท่าศาลา ต.ร่องจิก อ.ภูเรือ เพื่อร่วมทดสอบสัญญาน WI-NET ของ TOT เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจ และวางแผนการเชื่อมระบบสารสนเทศสำหรับ รพ.สต.หลายพื้นที่ที่จะต้องใช้ WI-NET

อุปกรณ์ที่ใช้รับส่งสัญญาน เป็นแผงรับส่งสัญญาณสีขาวขนาดเล็กที่เราเห็นติดตั้งอยู่นอกอาคาร โดยใช้แทงค์น้ำ เป็นฐานในการยึดติด และมีสายเชื่อมต่อเข้าไปในอาคาร





อุปกรณ์ภายในอาคารมีอุปกรณ์สีดำ ที่ต่อเชื่อมกับแผงรับสัญญานภายนอก เข้าใจว่าน่าจะเป็นตัวที่ใช้จ่ายไฟผ่านสายแลนโดยไม่ต้องเดินสายไฟออกไปนอกอาคาร อุปกรณ์อีกชิ้นกล่องสีขาวมี port 4 ช่อง คล้ายกับ HUB



ทดสอบการใช้โปรแกรมต่างๆ ตั้งแต่การตรวจสอบ speed net ว่าสามารถดาวโหลดและอัพโหลดสัญญานได้มากน้อยเท่าไหร่ และทดลองใช้โปรแกรม team talk สำหรับทดสอบการประชุมทางไกลโดยใช้สัญญานภาพและเสียง ซึงจากการทดสอบสามารถใช้งานได้ดีมากภาพและเสียงชัดเจน



สรุปโดยภาพรวม ถือว่าสัญญานของ wi-net ใช้งานได้ดีครับ ถ้าเทียบกับราคาที่ต้องจ่ายรายเดือนๆละ 1,000 บาท เท่ากับการใช้ IP Start แต่ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในส่วนของค่าติดตั้ง และบางพื้นที่ยังมีข้อจำกัดที่สัญญานไปไม่ถึง ส่วนการใัช้งานในระยะยาว จะหลุดบ่อย ฝนฟ้าอากาศไม่ดี คุณภาพของสัญญานจะลดหรือไม่อย่างไร ยังบอกไม่ได้เหมือนครับ





เทคโนโลยีใหม่ๆแบบนี้การที่จะบอกผู้บริหารว่าดีหรือไม่ดี คุ้มค่าน่าใช้หรือไม่ เพียงแค่ powerpoint นำเสนอคงไม่เพียงพอ การลงพื้นที่เพื่อทดสอบหาข้อมูลเพิ่มเติมจากการใช้งานจริงเป็นสิ่งที่จำเป็นครับ เพราะบางทีคำโฆษณาก็มีราคาเกินจริง ในขณะที่ระบบกำลังถูกติดตั้งใน รพ.สต.หลายแห่ง ผู้บริหารมีหน้าที่ตัดสินใจอนุมัติตามข้อมูลที่ทีมนำเสนอ ซึ่งหน้าที่ของทีมไอทีอย่างพวกเรา คือ ต้องหาข้อมูลจากหลายๆช่องทางเพื่อให้ผู้บริหารตัดสินใจได้ดีที่สุด..

ขอขอบคุณ พี่อำนวย จาก สสอ.ด่านซ้าย ตั้ม ช่างเทคนิคจาก รพร.ด่านซ้าย และทีม รพ.สต.ท่าศาลา ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการทดสอบและเก็บข้อมูลการใช้งาน wi-net ให้กับทีม HOSxP เมืองเลยครับ

กระจกเงาของปีเตอร์..

"ในเช้าวันหนึ่ง ปีเตอร์คนธรรมดาเห็นหญิงชรากำลังก้มๆเงยๆ อยู่บนถนน เขาจึงถามหญิงชราว่า “ยายกำลังหาอะไรอยู่หรือจ๊ะ” หญิงชราจึงบอกว่าเธอกำลังมองหาแหวนที่ำทำหล่นอยู่ ปีเตอร์จึงกัมลงและช่วยเธอหาแหวนดังกล่าว และในไม่ช้า เขาก็พบแหวนนั้นอยู่ใต้ใบไม้แห้ง“โอ” หญิงชราพูด “เธอรู้ไหม ว่าแหวนวงนี้มีค่ามากมายเพียงใด เพื่อเป็นการตอบแทนฉันจะให้กระจกเงาวิเศษให้กับเธอ” แลัวเธอก็มอบกระจกเงาเล็กๆให้กับปีเตอร์ แต่เมื่อนำกระจกเงานั้นมาส่องเขากลับมองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากท้องฟ้าที่ว่างเปล่า“ยาย กระจกนี้อาจเป็นกระจกเงาวิเศษ แต่มันไม่มีประโยชน์ใดๆกับฉัน เพราะฉันไม่สามารถมองเห็นตัวเองได้เลย” หญิงชรา ซึ่งแน่นอน เป็นผู้วิเศษ จึงกล่าวว่า “มันเป็นกระจกวิเศษที่เธอจะมองไม่เห็นตัวเองอย่างที่เป็น แต่จะเห็นตัวเองอย่างที่ผู้อื่นมองเห็น และการได้เห็นว่าผู้อื่นมองเห็นเราอย่างไรเป็นของขวัญที่วิเศษนะ” พูดแล้ว เธอก็ค่อยๆหายตัวไปท่ามกลางกิ่งก้านของต้นไม้ที่โน้มเข้ามาโอบอุ้มตัวเธอ

และเนื่องจากยังไม่มีใครพบกับปีเตอร์หลังจากได้รับกระจกวิเศษ เขาจึงยังมองไม่เห็นอะไรในกระจกนั้น ด้วยความไม่เข้าใจ ปีเตอร์จึงคิดว่าเงาของเขาหายไป เขาจึงเดินตามหาเงาของตัวเอง เมื่อเขาพบกับชาวนาจอห์น เขาเข้าไปถามว่า “ชาวนาจอห์น เงาของผมหนีไป คุณเห็นเงาของผมไหม” ชาวนาจอห์นตอบว่า “โอ, ฉันเห็นมันเดินไปทางเข้าเมืองทางโน้น” ปีเตอร์ไม่รู้ว่ากำลังถูกชาวนาจอห์นหลอกเล่น เขาจึงเดินไปตามทางนั้นระหว่างทางเขาหยิบกระจกขึ้นมาส่อง สิ่งที่เขาเห็นในกระจกคือห่านตัวหนึ่ง ด้วยความตกใจว่าเขากลายเป็นห่านไปเสียแล้ว เขาจึงเข้าไปถามชายช่างตีเหล็กผู้อารีว่า “เงาของฉันกลายเป็นห่านไปแล้วหรือ” พอเขาเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง ช่างตีเหล็กจึงอธิบายให้ปีเตอร์เข้าใจการล้อเล่นของของชาวนาจอห์นที่เห็นปีเตอร์เป็นเพียงห่านโง่ตัวหนึ่ง“ฉันไม่ใช่ห่านโง่เสียหน่อย” ปีเตอร์คิด “คอยดูนะ ฉันจะพิสูจน์ให้ใครๆเห็นว่าฉันไม่ใช่คนที่ไร้ค่า“ด้วยความคิดนี้ ปีเตอร์คนธรรมดาจึงเดินทางเพื่อแสวงหาโชค

ระหว่างทางเขาพบผู้คนจำนวนมากอพยพย้ายถิ่นสวนทางกับเขา เมื่อสอบถามชาวบ้านเหล่านั้นจึงได้ความว่า มีมังกรร้ายที่น่าหวาดกลัวที่สุดอาละวาดกินคน และมันจับเจ้าหญิงไป พระราชาประกาศว่าหากใครช่วยเจ้าหญิงได้จะได้แต่งงานกับเธอและจะได้ครองดินแดนนี้ต่อไป ปีเตอร์คิดว่านี่เป็นโอกาสที่เขาจะได้แสดงความสามารถแล้วเขาจึงเดินทางไปยังภูเขาที่อยู่ของมังกร ท่ามกลางภูมิประเทศอันน่าหวาดหวั่น เขาค่อยเดินเข้าไปยังถ้ำที่มังกรจับเจ้าหญิงขังไว้ ก็ได้ยินเสียงคำรามอย่างน่ากลัวของเจ้ามังกรร้าย และมันก็ได้กลิ่นของเขาแล้ว เมื่อมันออกมาล่าปีเตอร์ ซึ่งในเวลานี้ไม่ธรรดาเสียแล้ว เพราะเขาแอบอยู่หลังโขดหิน และยื่นกระจกเงาวิเศษหันไปทางเจ้ามังกรนั้น เธอรู้ไหม เจ้ามังกรมองเห็นอะไร มันมองเห็นสัตว์ร้ายที่น่าหวาดกลัวที่สุดในกระจกเงากำลังทำท่าจะเข้ามาทำร้าย ด้วยความหวาดกลัวอย่างที่สุด เจ้ามังกรจึงเผ่นแน่บไปจากดินแดนนั้นและไม่หวนกลับมาอีกเลย

ปีเตอร์เข้าไปในถ้ำช่วยเหลือเจ้าหญิงออกมาได้ เขาหลงรักเจ้าหญิงในทันที สำหรับเขาแล้ว เธอเป็นหญิงที่งดงามที่สุดในโลก และพระราชาก็ให้รางวัลเขาอย่างงดงามด้วยการประกาศให้เขาได้แต่งงานกับเจ้าหญิง วันหนึ่งเจ้าหญิงได้ถามถึงเรื่องที่เขาเอาชนะเจ้ามังกร เธอคิดว่าเป็นวีรกรรมที่กล้าหาญนี่กระไร ปีเตอร์จึงบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมด รวมถึงการเล่นกลกับเจ้ามังกรให้เจ้าหญิงฟัง พร้อมยกกระจกเงาให้เจ้าหญิงดู สิ่งที่เจ้าหญิงเห็นในกระจกเงาคือ หญิงสาวที่สวยที่สุดในโลก “แต่ฉันไม่ใช่คนที่สวยอย่างนั้นนี่” เธอบอกกับปีเตอร์ เมื่อได้ฟังเรื่องด้วยความจริงใจ เห็นถึงความสัตย์ซื่อของปีเตอร์ทำให้เจ้าหญิงหลงรักเขาด้วยเช่นกัน

ในขณะที่งานแต่งงานใกล้เข้ามา พระราชินีเห็นว่าปีเตอร์แต่งกายซอมซ่ออาจทำให้ประชาชนไม่ยอมรับเขาเป็นเจ้าชาย พระนางจึงให้เขาแต่งกายแบบเจ้่าชาย แต่เมื่อปีเตอร์ส่องดูตัวเองในกระจกวิเศษ เขามองเห็นตัวเขาอย่างที่ประชาชนมองเห็น สิ่งที่เขามองเห็นคือราชสีห์ที่เก่งกล้าดุร้าย “แต่ฉันไม่ใช่คนที่กล้าหาญอย่างที่พวกเขาคิด” ปีเตอร์บอกกับตัวเอง ดังนั้นเขาจึงกลับมาแต่งตัวอย่างที่เคย และชาวบ้านก็เห็นเขาเป็นพวกเดียวกับตน และรักเจ้าชายคนใหม่ของพวกเขาอย่างจริงใจเมื่อเวลาผ่านไป ปีเตอร์หยิบกระจกเงาวิเศษขึ้นมาดู แม้ว่าในเวลานี้จะอยู่ในเครื่องแต่งกายอย่างเจ้าชาย สิ่งที่เขามองเห็นคือ ปีเตอร์คนธรรมดาในชุดซอมซ่อเช่นเดิม เขาดีใจว่าในที่สุด ใครๆก็ได้เห็นเขาอย่างที่เขาเป็นเสียที"